เตรียมตัวเป็นแอร์-สจ๊วตอย่างมืออาชีพ

UploadImage

ไม่ว่าชายหรือหญิงที่มีความปรารถนาอยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินนั้น ก่อนอื่นต้องถามใจตัวเองก่อนว่า สามารถทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ และทำงานในเวลาแตกต่างกันได้หรือไม่ เพราะงานนี้แตกต่างจากงานออฟฟิศ ไม่ใช่ทำงาน 9 โมงเช้า เลิก 6 โมงเย็นแบบนี้ทุกวัน และต้องทำงานในที่ที่มีออกซิเจนค่อนข้างน้อย ซึ่งทำให้เรารู้สึกเหนื่อยง่าย และยังเป็นงานที่ต้องมีความตื่นตัวตลอดเวลาอีกด้วย
 
        วันนี้เราได้มีโอกาสไปพูดคุยกับหัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของบริษัทการบินไทย รวมถึงพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทั้งชายและหญิงของบริษัทการบินไทยกลุ่มหนึ่ง ทำให้เรารู้ว่า งานนี้มีอะไรที่ลึกซึ้งมากกว่าที่คิด เพราะแม้จะสามารถสอบเข้าทำงานได้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอีกหลายสถานการณ์ที่พนักงานต้องเจอะเจอ และเป็นการทดสอบใจตัวเอง 

สิ่งเหล่านี้ มิได้มีอยู่ในตำรา อย่างไรก็ตาม การเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอย่างมืออาชีพ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป มาดูกันดีกว่า ความเป็นมืออาชีพมีที่มาอย่างไรกันบ้าง
 
* ไม่จำเป็นต้องหล่อ สวย* 
          หัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของบริษัทการบินไทยรายหนึ่งที่บินมากกว่า 20 ปี เล่าว่า ก่อนอื่นต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี โดยสามารถ สอบ TOEIC (Test of English for International Communication) ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 600 “ไม่จำเป็นต้องหล่อ สวย หน้าตาไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด แต่ต้องเป็นคนมีบุคลิกดี อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ต้องมีความอดทนสูง ทำงานกับคนอื่นได้ดี อย่าลืมว่าเราต้องเจอผู้โดยสารหลากหลาย ต้องรู้จักวิธีการปฏิเสธแบบนุ่มนวล” ส่วนการสอบว่ายน้ำนั้น ส่วนใหญ่แต่ละสายการบินจะให้สอบท่าฟรีสไตล์ โดยการว่าย 1 เที่ยว หญิงว่าย 50 เมตร ชายว่าย 100 เมตร ส่วนสูงกับน้ำหนักต้องสมส่วนกันพอดี สำหรับคนที่สายตาสั้น หลายสายการบินอนุญาตให้ใส่คอนแทคแลนส์ได้
 
* บุคลิกภาพดี สุขภาพแข็งแรง*
        “สิ่งสำคัญเลยคือเราต้องรู้ตัวเราว่า บุคลิกภาพเราต้องดี ต้องว่ายน้ำได้ ใช้ในการสอบด้วย” หัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคนเดิมกล่าว นอกจากนี้ ทั้งหญิง และชาย ที่จะเป็นพนักงานต้อนรับต้องไม่ตาบอดสีด้วย แน่นอนที่สุขภาพต้องดี เพราะงานนี้ ทำให้เรานอนหลับพักผ่อนไม่เป็นเวลา และการทำงานบนเครื่องบินก็ไม่ใช้เรื่องง่าย เพราะออกซิเจนน้อย สุขภาพจึงมีความสำคัญไม่แพ้บุคลิกภาพ คนที่จะเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ต้องเข้าไปตรวจโรคที่เวชศาสตร์การบินของทหารอากาศ ต้องมีการตรวจ เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าไม่มีโรคประจำตัวจริงๆ
 
* มีภาวะทางอารมณ์ และต้องรู้จักอดทน* 
          จากการสุ่มถามพนักงานต้อนรับของการบินไทยกลุ่มหนึ่ง ในประเด็นที่ว่า งานนี้หนักไหม ก็ได้รับคำตอบว่า ตอบยากเหมือนกัน “เราต้องมีการปรับตัว ปรับเวลา สุขภาพต้องดีมากๆ มีภาวะทางอารมณ์ ต้องมีทัศนคติมองโลกในแง่ดี งานนี้ต้องติดต่อกับคน วันๆ หนึ่งต้องพบปะคนหลายเชื้อชาติหลายภาษา เราต้องให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมเวิร์ก” 
พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทย เป็นชาย อายุ 30 ปี บินมาแล้วเกือบ 5 ปี ให้ข้อคิดว่า สำหรับเด็กจบใหม่ ต้องถามตัวเองว่า อยากเป็นแอร์ และสจ๊วดจริงๆ หรือเปล่าๆ “มีความอดทนหรือเปล่า รักงานบริการหรือเปล่า ตัวเราใจเราพร้อมหรือไม่ เราทนกับสภาพแวดล้อมได้หรือไม่ ทั้งกับผู้โดยสาร และเพื่อนที่เป็นลูกเรือ เราพร้อมที่จะห่างบ้าน ห่างครอบครัวหรือเปล่า อีกอย่างคือเราต้องเป็นคนใจเย็น และมีไหวพริบด้วย”
 
* เตรียมตัวมาสัมภาษณ์ให้ดี* 
        เมื่อผ่านด่านภาษาอังกฤษ และการสอบว่ายน้ำแล้ว ด่านสัมภาษณ์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเมื่อคุณจะเข้ามาทำงานให้กับองค์กรของเขาแล้ว ก็ต้องมีการเตรียมความรู้ว่า องค์กรแห่งนั้นก่อตั้งมากี่ปีแล้ว เช่น รู้ว่าการบินไทยเปิดดำเนินการมากี่ปีแล้ว คุณต้องรู้ อีกอย่างหนึ่งที่ผู้สมัครหนีไม่พ้นก็คือ ผู้ถูกสัมภาษณ์อาจจะเจอกับคำถาม “กวนอารมณ์” เช่น กรรมการถามว่า “ทำไมคุณ ทำผมทรงนี้มา คิดว่า สวยเหรอ” หัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเล่า ผู้ถูกสัมภาษณ์ต้องพยายามปรับอารมณ์ให้เย็นลง ถ้าเราเกิดหน้าหงิกขึ้นมา อาจพลาดงานนี้ได้ เพราะเขาต้องการจะทดสอบอารมณ์ของเรา 
ในจุดนี้ถือเป็นการทดสอบอารมณ์ เพราะเวลาไปทำงานจริงๆ พนักงานต้อนรับ อาจต้องเจออะไรอีกมากมาย งานนี้ทำงานกันเป็นทีม เราต้องมีความอดทน ทุกอย่างต้องมีการประสานกันหมด เวลาที่มาสัมภาษณ์ ว่าที่พนักงานใหม่ควรแต่งตัวให้มีความสดใส เลือกเสื้อผ้าที่มีความสดใสเหมาะสมกับตัวเอง ถูกต้องตามกาละเทศะ และไม่ควรใส่ชุดนักศึกษาไปสัมภาษณ์ 
เหตุผลที่ตัองใส่เสื้อผ้าสดใส เพราะงานนี้เป็นงานที่ต้องมีการพบปะผู้คนมากหน้าหลายตัว และต้องประสานกับคนตลอด หัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินบอกด้วยว่า สำหรับผู้ชายแล้ว ผมต้องไม่ชี้ ใส่เชิ้ตแขนยาว ผูกเนกไทให้เรียบร้อย ส่วนผู้หญิง ผมเผ้าต้องไม่ยุ่งเหยิง และต้องแต่งหน้าให้ดูเรียบร้อยเช่นกัน
 
* ตอบคำถามกรรมการอย่างไรดี* 
        ทางด้านของพนักงานต้อนรับของการบินไทย เป็นหญิงอายุ 29 ปีรายหนึ่ง ทำงานกับการบินไทยมาแล้ว 4 ปีเล่าว่า คำถามที่อาจต้องเจอช่วงสัมภาษณ์ก็คือ ทำไมถึงอยากเป็นแอร์ “ทำไมถึงอยากอยู่สายการบินนี้ อะไรที่คุณคิดว่ามันยากในอาชีพนี้ ถ้าคุณตอบว่าดูแลผู้โดยสารนี้ ตอบแบบนี้คุณอาจตกสัมภาษณ์ได้ เพราะอันนี้คืองานของเราอยู่แล้ว ตอบแบบนี้ไม่ได้ ให้ตอบในลักษณะที่ว่า เป็นงานที่เหมือนเผยแพร่ชื่อเสียงประเทศไทยทางหนึ่ง เป็นต้น หรือกรรมการถามว่า อะไรคือความลำบากของงานนี้ ให้คุณตอบในลักษณะที่ว่าเป็นเรื่อง “เจ็ตแล็กซ์” หรือตอบในลักษณะที่ว่า การปรับตัวกับเวลาของแต่ละซีกโลกที่แตกต่างกันออกไป” นอกจากนี้ ในกรณีที่กรรมการสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ เราก็ต้องตอบเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ควรจะบอกกรรมการ ว่า ขอตอบเป็นภาษาไทยได้ไหม
 
* เตรียมตัวกับปัญหาที่ต้องเจอ และแนวทางการแก้ไข* 
        อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่างานนี้โก้ เก๋ และไม่เครียด เพราะมีหลายปัญหากวนใจ ที่เราอาจเจอบนเครื่องบิน ผู้ที่จะมาเป็นพนักงานต้อนรับต้องมองอีกมุมหนึ่งด้วย ไม่ใช่มองในมุมที่สวยหรูอย่างเดียว หัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคนเดิมบอกว่า ไม่ว่าจะเกิดความผิดอะไรขึ้นก็ตาม ซึ่งความผิดอันนั้นอาจเกิดมาจากตัวเราเอง หรือเกิดจากฝ่ายอื่นก็ตาม แต่เราต้องเป็นด่านหน้าที่ต้องตอบคำถามผู้โดยสาร 
สำหรับสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษนั้น พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินต้องระวังคำพูดให้มากเป็นพิเศษ เรื่อง กิริยามารยาท และความรู้จักกาลเทศะเป็นเรื่องสำคัญ พนักงานยังต้องเป็นคนรู้จักสังเกตการณ์เป็นพิเศษ และเมื่อผู้สูงอายุ แม่และเด็กขึ้นมาบนเครื่องบิน พนักงานก็ต้องดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ
 
* ตัวอย่างสถานการณ์*
 
          ต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างสถานการณ์ ที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอาจต้องเจอ เราได้รวบรวมปัญหา จากการสอบถามหัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน รวมไปถึงพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทั้งชายและหญิงกลุ่มหนึ่ง และขอนำมาเล่าสู่กันฟังอย่างคร่าวๆ
 
สถานการณ์ : ผู้โดยสารถามเราว่า ทำไมกระเป๋ายังไม่มา 
การแก้ : เราต้องอดทนต่อสิ่งที่เขาพูด ต้องอธิบายให้เขาฟัง เช่น พูดว่า ต้องขอโทษ เนื่องจากระบบของเรายังไม่เข้าที่เข้าทาง บางครั้งผู้โดยสารพูดว่า แย่จริงๆ ทำไมเป็นอย่างนี้ ซึ่งปัญหาบางอย่างอาจเกิดจากการท่าอากาศยาน อย่างการที่ผู้โดยสารมาถามว่า ทำไมการบินไทย ไม่จอดบนงวง (หมายถึงการจอดเชื่อมกับทางเดินตรงตัวอาคารเลย) ซึ่งในจุดนี้ความจริงแล้ว ทางการท่าฯ จะเป็นคนบอกเราว่าจะให้จอดอย่างไร เราก็ต้องรู้จักการพูดดีๆ กับผู้โดยสาร จะพูดว่า ไม่รู้ ไม่ใช่ธุระของเราไม่ได้ ปัญหาอื่นๆ ที่อาจต้องเจออีกคือ ผู้โดยสารจะถามว่า ทำไมเช็กอินช้า พนักงานต้อนรับเป็นด้านหน้าที่ต้องเจอ ก็ต้องมีการอธิบายให้ผู้โดยสารฟัง แม้ว่าเรื่องนั้นอาจไม่เกี่ยวข้องกับการบินไทยโดยตรงก็ตาม แต่เราก็ต้องมีวาทศิลป์ที่จะอธิบายให้ผู้โดยสารเข้าใจ และอารมณ์เย็นลง จากหนักเป็นเบา
 
สถานการณ์: ผู้โดยสารแบกกระเป๋าหนักๆ ขึ้นเครื่องบิน 
การแก้ : หัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคนเดิมบอกว่า ในความเป็นจริงแล้ว กระเป๋าของผู้โดยสารนั้น สามารถโหลดขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 7 กิโลกรัม และสามารถถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 1 ใบ บางคนก็เลยถือกระเป๋าหนักๆ ขึ้นไป แล้วสั่งให้พนักงานต้อนรับ ยกกระเป๋าหนักๆ นั้นขึ้นไปเก็บให้ เคยเกิดกรณีหนึ่งที่พนักงานคนหนึ่งช่วยผู้โดยสารยกกระเป๋าหนักมากๆ แล้วปรากฏว่า เกิดหลังหัก ต้องพักฟื้นพักใหญ่ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ต้องพูดกับผู้โดยสารว่า คงต้องช่วยกันยกเก็บบนเคบิน จะให้พนักงานยกคนเดียว คงไม่ไหวแน่ หัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเล่าว่า เคยเจอกรณีหนึ่ง ที่ผู้โดยสารเป็นผู้ชาย ตัวใหญ่ แบกกระเป๋าหนักๆ ขึ้นมา แล้วพูดกับเราว่า ช่วยเก็บกระเป๋าให้หน่อย เราก็ต้องพูดว่า ขอประทานโทษ คิดว่าต้องขอความกรุณาคุณช่วยเรายกด้วย ต้องพูดด้วยสีหน้าที่แลดูปกติกับเขา
 
สถานการณ์ : ผู้โดยสารบอกว่าต้องการรับประทานอาหารมังสวิรัติ แต่อาหารบนเครื่องหมดพอดี 
การแก้ : พนักงานต้อนรับต้องอธิบายให้ผู้โดยสารเข้าใจ และจัดหาอาหาร เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน พนักงานต้อนรับของการบินไทย เป็นชายอายุ 28 ปี เรียนจบด้านกฎหมายแต่ใจรักอยากเป็นสจ๊วด ให้คำแนะนำว่า เช่น อาจหาผลไม้ให้รับประทานก่อน ยกตัวอย่างเช่น ผู้โดยสารชาวอินเดียรายหนึ่ง แวะมาเปลี่ยนเครื่องบินของสายการบินไทย แต่เนื่องจากเขารับประทานมังสวิรัติเป็นหลัก แต่เขาไม่ได้สั่งอาหารมังสวิรัติไว้ล่วงหน้า เราก็ต้องพยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ อีกอย่างหนึ่งก็คือตามปกติบนเครื่องบินจะมีอาหารจำพวกถั่วกระป๋องสำรองไว้อยู่แล้ว เราอาจให้ตรงนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเขา
 
สถานการณ์ : มีผู้โดยสารที่เป็นคู่แม่ลูกขึ้นเครื่องมา และลูกของเธอยังเป็นทารกอยู่เลย 
การแก้ : แอร์สาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ที่ทำงานให้กับการบินไทยเล่าว่า พนักงานต้อนรับต้องคิดแล้วว่า จะจัดอาหารให้ทารกรับประทานอย่างไรดี
 
สถานการณ์ : ผู้โดยสารต้องการรับประทานข้าวผัดกะเพรา 
การแก้ : พนักงานต้อนรับชาย วัย 30 ปี เล่าว่า เราต้องบอกเขาว่า เราทำไม่ได้หรอก “อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือ เรื่องของการปิดโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องอธิบายให้ผู้โดยสารทราบ เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัยส่วนรวม กรณีที่ผู้โดยสารไม่ย่อมทำตามกฎ”
 
สถานการณ์ : ผู้โดยสารคนข้างหน้าไม่ยอมปรับเบาะขึ้น ทำให้คนข้างหลังรับประทานอาหารไม่ได้ 
การแก้ : ผู้โดยสารไม่ยอมปรับเบาะ เมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร เขาบอกว่า อยากนอนมากกว่า ก็ต้องมีการพูดให้เขาเข้าใจ บอกเขาว่าถ้าไม่ปรับเบาะขึ้น ผู้โดยสารข้างหลัง จะรับประทานอาหารลำบาก ไม่สามารถวางถาดได้ อันนี้ เราต้องมีวิธีการพูดกับเขาดีๆ และต้องใจเย็น
 
        ยังมีอีกหลายสถานการณ์ที่พนักงานต้องเจอ ยกตัวอย่างเช่น การถูกเนื้อต้องต้องตัว ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ จนเคยมีข่าวฮือฮาอยู่พักหนึ่ง หลักสำคัญอยู่ที่ว่าพนักงานคนนั้นต้องมีวิธีการพูดกับผู้โดยสารอย่างไร เพื่อให้ออกมาในลักษณะของ “บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น” เราเชื่อว่า พนักงานทุกคนทำได้

แหล่งอ้างอิง hunsa.com
ข้อมูล กาญจนาภรณ์

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด 2,582 คน เขียนข่าวโดย : AVIATOR เมื่อวันที่ : 19 กันยายน 56 เวลา 11:37:30 น.

สามารถแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นค่ะ
สมัครสมาชิก / Login เข้าสู่ระบบ
ข่าวล่าสุด new 26 ก.ค. 57
คำค้นหา
เครื่องแบบแอร์โฮสเตส , Student Pilot , TymMi3 , ข้อสอบนักบิน , คลิปเที่ยวบินมาเลเซียแอร์ไลน์ MH370 , เงินเดือนนักบิน , เงินเดือนแอร์ , จดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ แอร์โฮสเตส-สจ๊วต , ตกเครื่องบิน , เที่ยวบิน MH370 , นักบินการบินไทย , นักบินพาณิชย์ , นักบินมาเลย์ พาสาวเข้าห้องนักบิน , นักบินหญิง , ประสบการณ์บิน , รายได้ของสจ๊วต , รายได้นักบิน , รายได้แอร์โฮสเตส , เรียนนักบิน , เรียนนักบินพาณิชย์ , ศิษย์การบิน , สมัครนักบินนกแอร์ , สอบ TOEIC , สายการบิน , สายการบินมาเลเซีย เที่ยวบิน MH370 , สายการบินแอร์เอเชีย , เส้นทางสู่นักบิน , อาชีพ นักบิน แอร์ สจ๊วต , อาชีพนักบิน , อาชีพสจ๊วต , แอร์โฮสเตส