QANTAS AIRWAYS

วางแผนเตรียมสอบนักบิน ให้ติดชัวร์

 

UploadImage

ก่อนอื่นต้องขอชี้แจงให้ทราบก่อนว่า ต่อไปนี้จะเป็นแนวทางที่ผมใช้ในการทำงานของผมเอง ไม่ว่าผมจะทำงานอะไรก็ตาม ผมมักใช้คำว่ารู้อยู่สามรู้ ดังต่อไปนี้ครับ
 
 
1. รู้จักตัวเอง
ข้อแรก พูดง่าย แต่ทำยากจริงๆ เพราะมันไม่ได้หมายความว่าให้เรารู้จักชื่อตัวเอง หรือว่ารู้ว่าตัวเองมาจากไหน เป็นลูกใคร (ซึ่งบางคนยังไม่รู้จักเลยว่าตัวเองเป็นลูกใคร) แต่ว่าเป็นการรู้จักถึงความรู้ ความสามารถ และข้อจำกัดของตัวเราเอง อย่างเช่น เราชอบอ่านหนังสือ หรือสามารถอ่านหนังสือได้ติดต่อกันได้นานเท่าไร ชอบอ่านวิชาอะไร สามารถทำข้อสอบวิชาอะไรได้ดี ทำวิชาไหนได้แย่ วิชาไหนทำไม่ได้เลย ลักษณะนิสัย ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ตลอดจนกระทั่งบุคลิกลักษณะของเรา ซึ่งเราก็จะเอาข้อมูลตรงนี้ไปเทียบกับข้อถัดไปครับ
 
 
2. รู้จักคู่แข่ง(ข้อสอบและธรรมชาติของอาชีพ)
ข้อนี้เราคงต้องคุยกันยาวเลยทีเดียว เพราะคู่แข่งของเรานั้น โดยเฉพาะการสอบการบินไทยที่กำลังจะถึงนี้ แค่มองเรื่องการสอบ ก็แบ่งการสอบออกเป็นหลายขั้นตอน อย่างขั้นตอนแรก ก็ยังแบ่งออกเป็นหลายวิชาอีก ซึ่งเราต้องนำเอาไปประยุกต์กับตัวของเราเอง เพราะแต่ละคนมีความสามารถในการอ่าน ทำความเข้าใจ และทำข้อสอบไม่เท่ากัน จากข้อแรกที่เราพอจะเข้าใจตัวเอง เราจะพอทราบว่าเราทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหนผมจะยกตัวอย่างเคสของผมเอง คือ
 
 
ขั้นแรก ผมไปหาอ่านดูก่อนว่าอาชีพนักบินนั้น ต้องการคนประเภทไหน บุคลิกลักษณะเป็นอย่างไร ถึงจะเหมาะสมกับอาชีพนักบิน แล้วบุคลิกลักษณะอย่างเราตรงกัน หรือขัดแย้งกันตรงไหนบ้าง ที่ต้องหาอ่าน ไม่ได้ว่าอ่านแค่ผ่านๆ แต่เราจะต้องอ่านเพื่อทำความเข้าใจอย่างจริงจัง เพราะหากสมมติว่าเราสามารถผ่านทุกการทดสอบเข้าไปได้ แต่ว่าเราไมไ่ด้เกิดมาเพื่อมันจริงๆ หรือเราไม่ได้ชอบที่จะทำอาชีพนี้จริงๆ ผลเสียมันจะตกมาอยู่กับตัวเรา ที่จะต้องทนทำอาชีพนี้ไปตลอดชีวิต ซึ่งไม่ใช่เฉพาะอาชีพนักบินนะครับ แต่เราต้องหาข้อมูลของทุกอาชีพที่เราสนใจคิดอยากจะทำเลยทีเดียว เพราะมีเพื่อนผมหลายคน ช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกคณะตามกระแส พอจบออกมา ทำงานตรงสายได้ไม่ทันครบปีก็ต้องออกไปหางานอย่างอื่นทำ บางคนก็ต้องทนทำต่อไปเพราะต้องคิดภาระหน้าที่ บ้างก็ติดทุนที่ต้องชดใช้ และอีกหลายๆ เคสที่ทำให้ผมเห็นว่าขั้นตอนนี้ต้องเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญต่อการเลือกอาชีพจริงๆ
 
 
ขั้นที่สอง เมื่อเรารู้จักธรรมชาติของอาชีพแล้ว ต่อไปเราจะมาดูว่า แล้วแต่ละสายการบิน แต่ละบริษัทนั้น เค้ารับคนกันยังไง เค้าใช้อะไรในการทดสอบ และคัดกรองผู้สมัครเหล่านั้นเข้ามาทำงาน ซึ่งแน่นอนว่า ถึงแม้จะเป็นการแบบเดียวกัน อย่างอาชีพนักบิน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทจะมีเกณฑ์เดียวกันในการคัดกรอง จึงเป็นเหตุให้เข้ามาสู่ขั้นตอนที่สองที่ว่า เราจะต้องรู้จักบริษัท และแนวข้อสอบของบริษัทที่เราจะไปสอบ ซึ่งก็มีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนแรกเลยทีเดียว สิ่งที่ผมอยากแนะนำคือ พยายามทำความเข้าใจกับขั้นตอนการสอบก่อนเป็นอันดับแรก ว่าเราจะต้องมีความรู้ ความสามารถในด้านไหนบ้าง ตั้งแต่เริ่มจนจบ และเก็บเอาไว้ในใจก่อน ที่ต้องให้เก็บเอาไว้ในใจก่อนก็เพราะว่า หากเราจะมาบู๊อ่านมันทุกอย่างตั้งแต่ต้นยันจบ ต่อให้มีเวลาเตรียมตัวสอบสองปีผมว่าก็ไม่ทันหากเรายังไม่ไ่ด้รู้จักการแบ่งเวลาซึ่งจะกล่าวในข้อถัดไป ย้อนกลับมาเรื่องข้อสอบ ผมยกตัวอย่าง การบินไทย ตามตารางจะเห็นว่ามีการสอบประมาณ 7 ขั้นตอน ไล่ตั้งแต่ สอบความรู้ทั่วไป ตรวจ(สอบ)ร่างกาย สอบสัมภาษณ์กับกัปตันอาวุโส สอบรอบโปร(ที่แ่บ่งย่อยไปอีกสามขั้นตอน) และสอบกับเวชศาสตร์การบิน ซึ่งกินเวลากันเกือบปีสำหรับการสอบคัดเลือก การเตรียมตัวก็อย่างที่ผมเกริ่นเอาไว้ครับคือ อ่านขั้นตอนแค่พอเป็นไอเดียว่าแ่ละขั้นต้องการความรู้ ความสามารถด้านไหนบ้าง จากด้านบนจะเห็นว่า เราจะต้องมีความรู้ ความสามารถด้านการคำนวณ การมองภาพ การตีความหมาย ความเป็นเหตุเป็นผล มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีไหวพริบปฏิภาณ เชาว์ปัญญา แต่ก่อนที่เราจะเตรียมตัวให้ครบทั้งหมด เราต้องอย่าลืมว่า ขั้นตอนอื่น จะยังไม่เกิดขึ้น หากเรายังสอบไม่ผ่านรอบแรก นั่นหมายความว่า เราควรเตรียมตัว และตั้งใจในการสอบในแต่ละขั้น อย่างในเวลานี้เราควรทุ่มไปกับการทำข้อสอบรอบแรกให้มากกว่าการเตรียมตัวอย่างอื่น จะให้ผลที่ดีกว่าการทุ่มหลายๆ อย่างในเวลาอันน้อยนิดเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้หมายความว่าให้ทิ้งอย่างอื่นนะครับ เพียงแต่ว่าเราต้องรู้จักจัดการลำดับความสำคัญของสิ่งที่เราำทำอยู่เท่านั้นเอง
 
 
3. รู้จักแบ่งเวลา
เมื่อเรารู้จักตัวเอง รู้จักข้อสอบแล้ว เราจะสามารถนำเอาสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ มาจัดแบ่งออกเป็นตารางเวลาได้ ถามว่าทำไมต้องจัด ยกตัวอย่าง ผมรู้ว่าผมอ่านหนังสือได้ติดต่อกันนานหลาย ช.ม. แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีหลายวิชาที่ผมต้องอ่านให้จบ ทั้งคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ แต่ละวิชาก็มีเป็นสิบๆ บท หากผมตะบี้ตะบันอ่านไปเลย ผมจะไม่มีทางอ่านจบก่อนวันสอบแน่นอน แต่หากเราสามารถแบ่งเวลาให้ถูกต้องตามความสามารถของเราเช่น ฟิสิกส์การเคลื่อนที่จำสูตรไม่ค่อยได้ก็อ่านซัก 10 ช.ม. สมดุลอ่านสัก 5 ช.ม. เพราะเราทำได้ คณิต ตรีโกณมิติ แค่ทบทวนซัก 2-3 ช.ม. แบบนี้จะทำให้เราสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งพอเราได้เวลาของแต่ละวิชาได้ ต่อมาเราก็ต้องเอามาจัดตารางอ่านหนังสือโดยอิงจากระยะเวลาต่อวันที่เรามี
 
 
จากทั้งสามข้อด้านบน ผมจะยกตัวอย่างการจัดเวลาของผมนะครับ ผมเองเป็นคนที่อ่านหนังสือตอนเช้าแล้วง่วงนอนมาก ผมจึงจัดเวลาให้ช่วงเช้าเป็นการเล่นเกมประเภทฝึกสมอง เช่นซูโดกุ หรือเกมส์คอมพิวเตอร์พวก Brain Training ต่างๆ รวมถึงฟังข่าวสารบ้านเมืองทางโทรทัศน์ วิทยุ และหน้าหนังสือพิมพ์ อาจจะดูเหมือนเยอะ แต่หากดูจริงๆ แล้วจะเห็นว่าเวลาตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 8 โมงเช้า นั้น ก็มีเวลาให้เราทำตรงนี้ได้ถึงสองชั่วโมงเลยทีเดียว แรกๆ เราอาจจะทำได้แค่อย่างสองอย่าง แต่ถ้าเราทำไปเรื่อยๆ เราจะสามารถกระชับเวลาตรงจุดนี้ได้เองครับ หลังจากนั้นก็เดินทางไปทำงาน อาจคูณเลขทะเบียนของคันหน้า หรือได้ไปอ่านหนังสือพิมพ์หรือพูดคุยข่าวสารต่างๆ ในที่ทำงานอีก และช่วงพักเที่ยงก็เป็นอีกหนึ่งเวลาที่เราจะสามารถพักเบรค(จากงาน) เพื่อไปอ่านหนังสือ หรือว่าเตรีัยมตัวจัดเวลาสำหรับช่วงเย็นได้เช่นกัน หลังจากทำงานเสร็จประมาณ 6 โมงเย็น และเดินทางกลับถึงบ้านประมาณ 1 ทุ่มครึ่ง จัดแจงหาเสบียงใส่ท้องไว้เรียบร้อยแล้ว ผมก็จะเริ่มอ่านหนังสือแบบตะลุยโจทย์ทันทีจนถึง 3 ทุ่ม 15 เบรคจนถึง 3 ทุ่มครึ่ีงก็เริ่มอ่านต่อจนถึงห้าทุ่ม จากนั้นก็พักผ่อนสมอง โดยอาจจะดูทีวี อ่านหนังสือที่ชอบ หรือว่าทำอะไรก็ได้เพื่อเตรียมตัวให้สมองเราได้พักผ่อน และพร้อมกับการเริ่มต้นอ่านหนังสือในวันใหม่อีกครั้ง
 
 
สำหรับการอ่านผมแบ่งวิชาที่อ่านออกเป็น 5 หมวด
1. ฟิสิกส์ คณิต(ผมอ่านเฉพาะบทที่ผมถนัด และคิดว่าจะทำได้)
2. ภาษาอังกฤษ(ผมแนะนำให้หาอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ และอย่าลืมดูแกรมม่าไว้ด้วยนะครับ)
3. การบินและความรู้เกี่ยวกับบริษัท (แบบเครื่องบินที่บริษัทมี กฏการบินพื้นฐาน คำศัพท์ด้านการบิน)
4. ไอคิว (ซูโดกุ การมองลูกเต๋า รูปทรงแบบต่างๆ เลขซีรี่ส์ และเล่นเกมฝึกสมองต่างๆ)
5. ความรู้ทั่วไป(หาอ่านตามหน้าหนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ)
ผมแบ่งเวลาในการอ่านโดยอ่านวิชาละสัปดาห์เรียงตามลำดับไปเรื่อยๆ พอครบ 5 ก็วนกลับมาหนึ่งใหม่แบบนี้จนถึงเวลาใกล้สอบ พอสัก 1-2 สัปดาห์ก่อนสอบ ผมจะหยุดอ่านเรื่องใหม่ แล้วย้อนกลับไปอ่านบทเดิมอีกครั้ง หรือที่เราเรียกว่า รีวิวนั่นเองครับ อย่างไรก็ตาม ที่ผมจัดตารางไว้นี้ เพราะก่อนหน้านี้ยังพอมีเวลาให้ทำแบบนี้ได้ แต่สำหรับใครก็ตามที่เพิ่งจะรู้ตัวว่าควรจะเริ่มอ่านตอนนี้ ผมแนะนำให้ไปทำด้านบนสามข้อก่อน โดยใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน คือหาตัวเองให้เจอว่าเราชอบจริงหรือเปล่า เราถนัดอะไรบ้าง อันไหนไม่ถนัด ถ้าถนัดและคิดว่าจะทำได้ดี(ในการสอบ) ลุยต่อไปเลยครับ เรื่องไหนไม่ไหว ให้ปล่อยไว้ แล้วอ่านความรู้ทั่วไปเยอะๆ (สำหรับการบินไทย) ฝึกคิดเลขเร็วเวลาว่าง(เท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย) เีพียงเท่านี้เราก็สามารถเข้าห้องสอบได้ด้วยความมั่นใจ(กว่าแบบไม่ได้เตรียมตัว) แล้วล่ะครับ
 
เห็นไหมครับ จริงๆ การวางแผน การเตรียมตัวมันไม่ยากเย็นอะไรเกินไป แลกกับเวลาที่เสียไปกับการมานั่งวางแผนจัดตาราง แค่ไม่กี่วัน แลกกับการที่เราสามารถอ่านหนังสือได้อย่างมีจุดมุ่งหมาย ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการสอบได้ด้วย อย่างไรก็ดี ผมเองคงต้องขอกลับไปอ่านหนังสือต่อก่อนนะครับ เอาไว้ถ้ามีทริคหรือเทคนิคอะไรดีๆ จะมาบอกกล่าวกันอีกครับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆ
 thai-pilot-recruitment

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด 8,054 คน เขียนข่าวโดย : AVIATOR

สามารถแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นค่ะ
สมัครสมาชิก / Login เข้าสู่ระบบ
ข่าวล่าสุด new 23 พ.ค. 59
คำค้นหา