นักบินหญิงคนแรกของไทย

UploadImage

การเป็นนักบินหญิงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และถ้าเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ก็ไม่สามารถจะเป็นนักบินหญิงที่ดีได้อย่างแน่นอน ในต่างประเทศเมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อน ได้มีการตื่นตัวกัน ในเรื่องที่มีการรับนักบินหญิงเพื่อเข้าประจำการในกองทัพอากาศของประเทศอังกฤษ โดยกองทัพอากาศอังกฤษได้รับสมัครนักบินหญิงครั้งแรกเพื่อทำงานในกองทัพอากาศเมื่อปี 2532 แต่ในเชิงพาณิชย์และกีฬาอาจมีนักบินหญิงมานานแล้วก็เป็นได้ ในขณะที่นักบินกองทัพฯ ต้องสามารถขับเครื่องบินที่มีใช้เฉพาะในกองทัพเท่านั้น
 
สำหรับประเทศไทย ทีสถาบันการบินพลเรือน ได้เริ่มมีมีศิษย์การบินผู้หญิงครั้งแรก ซึ่งสมัครเรียนหลักสูตรนักบินส่วนบุคคล (Private Pilot) กับทางสถาบันฯ เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2526 และจบการศึกษาในวันที่ 12 พ.ค. ในปีเดียวกัน
 
ผู้หญิงคนแรกที่จบหลักสูตรนี้คือ คุณวรรณพร สุขเนตร และตั้งแต่ปี 2526 จนถึงปัจจุบัน ได้มี (ศบ.) ศิษย์การบินหญิงที่จบหลักสูตรนี้เพิ่มขึ้นอีกหลายคน
 
ในกองทัพอากาศนั้นได้ให้บริการ "ฝึกบินส่วนบุคคล" หรือในปัจจุบันมักรู้จักในนามของ "ศิษย์การบินพลเรือนฝูงบิน 604" ตั้งแต่ปี 2496 โดยรุ่นแรกๆ จะยังไม่มีผู้หญิงเข้ารับการฝึก
 
แต่เมื่อปี 2497 ซึ่งเป็นรุ่นที่ 5 ได้มีผู้สมัครเข้าเรียนเป็นหญิงรุ่นแรกคือ หม่อมสร้อยระย้า ยุคล และ นางชุลี รัตนะรังคะ จนปัจจุบันได้มีผู้หญิงที่ผ่านหลักสูตรจากฝูงบิน 604 อีกมากมาย ซึ่งจะไม่ขอกล่าวถึงจำนวนในที่นี้ เพราะบางคนอาจไม่มีเวลาเรียนครบตามกำหนด บางคนมีภาระกิจต้องไปทำจนต้องตกรุ่นไปเรียนทีหลัง ทำให้อาจได้จำนวนคลาดเคลื่อน แต่เท่าที่ประมาณได้เกิน 20 แน่ๆ
 
ส่วนนักบินพาณิชย์นั้นการจะเข้าเป็น ศบ.และได้ใบอนุญาตฯ มานั้นยากกว่านักบินส่วนบุคคล และบนพื้นฐานของการรับผิดชอบ นักบินพาณิชย์ต้องรับผิดชอบมากกว่านักบินส่วนบุคคลหลายเท่า โดยประเทศไทยได้มีนักบินหญิงประจำสายการบินพาณิชย์เป็นครั้งแรก ซึ่งทางบริษัทได้ส่งเรียนกับทางสถาบันการบินพลเรือนเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2533 และจบการศึกษาเมื่อ 28 มิ.ย. 2534 และตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปัจจุบัน ได้มีผู้หญิงที่ผ่านหลักสูตรจาก สถาบันการบินแล้วหลายคน ผู้หญิงคนแรกที่ผ่านหลักสูตรคือ คุณกัญชลา ศรียานงค์ ซึ่งกว่าจะผ่านเข้าไปเรียนในสถาบันฯ ต้องมีคุณสมบัติพร้อมและผ่านการตรวจร่างกายและจิตวิทยาการบินจากสถาบันเวชศาสตร์การบินเรียบร้อยแล้ว
 
ในคู่มือของ ICAO ที่พิมพ์ครั้งที่ 8 นั้นในเรืองของการให้ใบอนุญาตส่วนบุคคล ได้เน้นถึงความปลอดภัยในเรื่องการบินด้วยว่าต้องมีการฝึกให้เป็นระบบสากลเหมือนกัน และการหาข้อมูลความรู้ในด้านจิตวิทยาของความแตกต่างระหว่างเพศก็เป็นสิ่งสำคัญที่หยุดไม่ได้
 
จากหนังสือ "ปัญหาทางเวชศาสตร์การบินของนักบินหญิง" ซึ่งเขียนและเรียบเรียงโดย นาวาอากาศเอกสุบิน ชิวปรีชา ในปี 2538 ได้เรียบเรียงถึงปัญในเรื่องปัจจัยเกียวกับมนุษย์ ปัญหาด้านการแพทย์ ซึ่งอาจสรุปและขอยกตัวอย่างมาให้เห็นถึงข้อได้เปรียบเสียเปรียบของสองเพศดังนี้
 
เพศที่ได้เปรียบและมีข้อดีมากกว่าในเรื่องต่างๆ
 
ชาย
 
1.เวลาบินนานๆ ผู้หญิงต้องจัดอุกรณ์ที่รองรับปัสสาวะเป็นพิเศษ คือต้องเตรียมใช้ที่เก็บปัสสวะแบบ DACT ร่วมกับ Tampons
2.ผู้หญงสัดส่วนร่างกายเล็กกว่าผู้ชาย ใน USA สูงเฉลี่ยประมาณ 163 ซม. ส่วนหญิงไทยสูงเฉลี่ยประมาณ 155 ซม. 
3.การออกแบบเครื่องบินแบบต่างๆ จะยึดขนาดของผู้ชายเป็นหลัก
4. ผู้หญงจะมีจุดศูนย์ถ่วงไม่ตรงกับผู้ชาย ทำให้เกิดปัญหาต่อเก้าอี้ดีดบางแบบ จะทำให้เก้าอี้หมุนได้และอาจเกิดอันตรายกับกระดูกสันหลังและคอ
5. ผู้หญิงมีขนาดศีรษะเล็กกว่าผู้ชายทำให้หมวกบินอาจหลุดได้ เมือมีการใช้เก้าอี้ดีด หรือเมื่อเกิดแรงจี
6.ผู้ชายมีอัตราการเพิ่มของ Oxygen Consumption มากกว่าผู้หญิง
7. กำลังกล้ามเนื้อแขนของผู้หญิงจะน้อยกว่าผู้ชายและจะก่อให้เกิดปัญหานการบินมากว่ากำลังกล้ามเนื้อขา แต่เครื่องบินแบบใหม่ๆ มักจะบินแบบ Fire-by -Wire จะตัดปัญหาเรื่องนี้ได้
 
หญิง
 
1. เฉพาะเครื่องบิน CT - 133 ของแคนาดา จะเหมาะกับคนที่มีส่วนสูงน้อยกว่า และพบว่าผู้หญิงจะบินได้ดีกว่า
2. การทนต่อแรงจีผู้หญิงจะทนได้ดีกว่า เพราะคนที่เตี้ยและน้ำหนักตัวเบากว่าจะทนต่อแรงจีได้ดีกว่า และพบว่าผู้หญิงจะปรับตัวในการเพิ่มความทนต่อแรงจีได้เร็วกว่าผู้ชาย
3. เมื่อมีการบินในระดับสูง ผู้หญิงจะเกิดอาการ Acute Mountain Sickness ได้น้อยกว่าผู้ชาย
4. ผู้หญิงทนต่อการลงในน้ำเย็นได้ดีกว่าผู้ชายเนื่องจากมีไขมันมากกว่า 
5. ผู้ชายจะเจ็บป่วยกะทันหันมากกว่าผู้หญิง
6. โรคหัวใจที่เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของอเมริกาซึ่งเป็นปัญหาต่อการบินจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
7. ผู้หญิงจะมีอุบัติการณ์การเจ็บป่วยและการหยุดงานมากกว่าผู้ชาย
 
จากที่กล่าวมา คงจะห็นว่าผู้หญิงมีข้อเสียเปรียบมากกว่าผู้ชายหลายข้อ ดังนั้นถ้าผู้หญิงจะขับเครื่องบินไอพ่น ก็ต้องฟิตร่างกายและต้องเผชิญอุปสรรคหลายอย่าง ซึ่งปัจจัยทางด้วนจิตวิทยานักบินหญิงก็มีส่วนสำคัญมากต่อการฝ่าฟันอุปสรรคของผู้หญิงในการที่จะได้เป็นนักบินตามที่ต้องการ ปัจจุบันได้มีนักบินหญิงที่บินทั้งพาณิชย์ ทั้งไอพ่น เพราะฉะนั้นทุกสิ่งอยู่ที่ความพยายาม ขวนขวาย ไขว่คว้า ทุกสิ่งจะสำเร็จได้ด้วยตัวเราเอง
 
______________________________________________
 
Cr.ข้อมูลจากฝ่ายบริการ ฝูงบิน 604 กองบิน 6 กองทัพอากาศ,2539
Cr.ข้อมูลจากฝ่ายบริการนักศึกษา สถาบันการบินพลเรือน,2539 
Cr.นันทิรัตน์ พิเดช 
Cr.Amm Panngam น้องแอ๋ม ATC50 CATC

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด 11,090 คน เขียนข่าวโดย : AVIATOR

สามารถแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นค่ะ
สมัครสมาชิก / Login เข้าสู่ระบบ
ข่าวล่าสุด new 23 พ.ค. 59
คำค้นหา